เคสตัวอย่าง
-
คอนโดราคา 3 ล้าน
-
ผ่อนธนาคาร 20 ปี
-
ผ่อนงวดละ 22,300 บาท
-
ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายรวม 20 ปีคือ 2.5 ล้านบาท
เคล็ดลับที่ 1
เคล็ดลับแรกเป็นเทคนิคการเพิ่มยอดผ่อนในแต่ละงวด ซึ่งหากคุณเพิ่มยอดส่งขึ้นอีก 10% จะช่วยลดระยะเวลาการผ่อนลงได้ 3 ปี
เช่น ตอนนี้คุณผ่อนคอนโดอยู่เดือนละ 22,300 คุณก็แค่เพิ่มค่างวดไปอีก 10% ซึ่งในกรณีนี้คือ 2,230 บาท จ่ายรวมไปกับค่างวดในแต่ละงวด เพียงเท่านี้ระยะเวลาการผ่อนของคุณก็จะลดลงจาก 20 ปีเหลือเพียง 17 ปีเท่านั้น ดอกเบี้ยก็ลดลงตั้ง 600,000 บาทแน่ะ (จากเดิม 2.5 ล้านบาท)
ง่ายใช่มั้ยล่ะคะ แต่วิธีนี้อาจจะไม่เหมาะกับค่างวดที่ตัดผ่านบัญชีอัตโนมัตเท่าไหร่ เพราะเดี๋ยวจะลืมจ่ายเพิ่ม 10% เอาง่ายๆค่ะ
เคล็ดลับที่ 2
เคล็ดลับต่อมาก็คล้ายๆกับเคล็ดลับแรกเลยค่ะ เพียงแต่เพิ่มจาก 10% เป็น 30% ก็ช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้มากถึง 1.1 ล้านบาท เกือบครึ่งของดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเลยทีเดียว
คิดง่ายๆเหมือนเดิม เช่นตอนนี้คุณผ่อนคอนโดอยู่เดือนละ 22,300 บาท เป็นระยะเวลา 20 ปี ถ้าจ่ายเพิ่มอีก 30% ของค่างวด ซึ่งก็คือ 6,690 บาท ก็จะช่วยลดระยะเวลาการผ่อนลงอีก 7.5 ปี และประหยัดดอกเบี้ยไปอีก 1.1 ล้านบาท (จากเดิม 2.5 ล้านบาท)
เพิ่มเดือนละ 6,690 บาท เหมือนจะเยอะใช่มั้ยคะ แต่จริงๆแล้วคุณจ่ายเพิ่มเพียงปีละ 80,280 บาทเท่านั้นเอง เอาโบนัสมาเกลี่ยๆค่างวดในแต่ละเดือนก็ได้แล้วค่ะ
เคล็ดลับที่ 3
เคล็ดลับที่ 3 เป็นเทคนิคที่ทุกคนนิยมมากที่สุด นั่นคือการใช้เงินก้อนมาโปะนั่นเอง!
โดยส่วนมากแล้วก็เอาเงินก้อนมาโปะกันปีละครั้งใช่มั้ยคะ โบนัสออกบ้าง ถูกหวยบ้างก็ว่ากันไป
การโปะแต่ละครั้งก็ช่วยลดดอกเบี้ยและระยะเวลาการผ่อนได้มากทีเดียว เช่น โบนัสปีนี้ออกได้มา 200,000 แบ่งมาครึ่งนึงมาโปะคอนโดสัก 100,000 บาท ก็ช่วยลดระยะเวลาการผ่อนได้ 1.5 ปี ดอกเบี้ยลดลงไปอีก 300,000 บาท
เรียกว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าจริงๆ โปะไปแค่ 100,000 แต่ลดดอกเบี้ยได้ถึง 300,000 บาทแน่ะ
เคล็ดลับที่ 4
เคล็ดลับสุดท้ายที่นำมาฝากในวันนี้ คือการรีไฟแนนซ์นั่นเอง
ปกติแล้วอัตราดอกเบี้ยที่อยู่คอนโดในช่วง 3 ปีแรกมักจะเป็นโปรโมชั่น เฉลี่ย 3 ปีราว 5.5% แต่หลังจากหมดโปรจะเป็นดอกเบี้ยอัตราปกติ (ดอกเบี้ยลอยตัว) ทำให้ทั้งอายุสัญญาการผ่อนของคุณได้ดอกเบี้ยในเรท 6-7% ขึ้นไป ซึ่งแพงมากเมื่อเทียบกับเงินต้นหลักล้าน
ดังนั้นคุณจึงมักได้รับคำแนะนำให้รีไฟแนนซ์ทุกๆ 3 ปี เพื่อประหยัดดอกเบี้ยระยะยาว แต่การรีไฟแนนซ์ก็มีค่าใช้จ่ายเช่นกัน เช่นในกรณีตัวอย่างที่ยกไว้ คุณจะมีค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ดังนี้
1. ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้ใหม่ ราว 30,000 บาท
2. ค่าอาการแสตมป์ 0.5% ของวงเงินกู้ใหม่ ราว 1,500 บาท
3. ค่าประเมินหลักประกัน ราว 2,700 บาท
รวมๆแล้วก็มีค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ราว 34,200 บาท (ตามกรณีตัวอย่างที่ยกไว้)
หากคุณไม่อยากจ่ายค่าใช้จ่ายเหล่านี้ และผ่อนตามสัญญาเดิมกับธนาคารเดิมคุณจะเสียดอกเบี้ยให้ธนาคารนั้นปีละ 600,000 บาท แต่หากคุณยอมจ่ายค่าใช้จ่ายเหล่านี้เพื่อรีไฟแนนซ์ คุณจะประหยัดดอกเบี้ยไปได้อีกปีละ 100,000 บาท เหลือดอกเบี้ยปีละ 500,000 บาทเท่านั้น
ลงทุนเพียง 34,200 บาท ก็ช่วยลดดอกเบี้ยได้อีกปีละ 100,000 บาทเลยนะคะ
ถ้าคิดในแง่ของการรีไฟแนนซ์ทุกๆ 3 ปี เท่ากับลงทุนครั้งละ 34,200 บาท เพื่อลดดอกเบี้ยครั้งละ 300,000 บาท!! เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าจริงๆค่ะ
ปรึกษาการลงทุน ติดต่อเรา
โทร 083 515 9569 หรือไลน์ @Redasset
ต้องการให้เราติดต่อกลับ ลงทะเบียนได้เลยค่ะ
เนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทฯ ห้ามเผยแพร่ คัดลอก หรือนำไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนปรับตั้งแต่ 200,000 บาท