หลายๆคนคงฝันว่าอยากมีบ้านซักหลังใช่ไหมครับ การที่จะซื้อบ้านซักหลัง จ่ายเงินสดคงเกินกำลังไปหน่อย เพราะฉะนั้นก็คงต้องขอยื่นสินเชื่อบ้านกับธนาคาร แต่บ้าน เป็นสินทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่
การที่ธนาคารจะปล่อยสินเชื่อให้ได้นั้น ธนาคารจะต้องมั่นใจในตัวคุณเป็นอย่างมาก ว่าคุณจะสามารถผ่อนชำระหนี้ได้จนหมด
แต่ถ้าหากขอสินเชื่อไม่ผ่านขึ้นมาก็คงผิดหวังน่าดู ซึ่งวันนี้ผมจะพาไปดูครับว่าเครดิตแบบไหนกันที่จะทำให้กู้บ้านไม่ผ่าน
สารบัญเนื้อหา
1. ค่าใช้จ่ายเยอะเกินไป
2. เคยผิดชำระหนี้จนติดประวัติ
3. ไม่เคยมีเครดิตอะไรเลย
4. หลักประกันความเสี่ยง
5. ติดค้ำประกัน
6. รายได้ไม่แน่นอน
7. เปลี่ยนที่ทำงานบ่อย
8. เครดิตผู้กู้ร่วมไม่ดี
1. ค่าใช้จ่ายเยอะเกินไป
ไม่ว่าจะหนี้สิน ซื้อสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการซื้อสินค้าฟุ่มเฟื่อยต่างๆ ทางธนาคารจะนำมาพิจารณาทั้งหมด
หากธนาคารคำนวณแล้วพบว่าค่าใช้จ่ายต่อเดือนของคุณมากกว่า 40% แล้วล่ะก็ ทางธนาคารจะปฏิเสธคุณ ไม่ให้กู้ผ่านอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นก่อนตัดสินใจที่จะกู้ซื้อบ้าน คุณต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินให้ดีเสียก่อน
ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นจริงๆออกไปบ้าง แค่นี้ก็มีโอกาสมากขึ้นที่ธนาคารจะอนุมัติสินเชื่อให้คุณ
2. เคยผิดชำระหนี้จนติดประวัติ
เป็นเหตุผลที่ได้ยินกันบ่อยมากๆ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นความผิดพลาดในอดีต ช่วงที่อายุยังน้อย วางแผนการเงินยังไม่เก่ง ทำให้หมุนเวียนเงินมาชำระหนี้ไม่ทัน ผิดนัด เลื่อนแล้วเลื่อนอีก จนติดประวัติไว้ในเครดิตบูโร
เป็นเรื่องยากในปัจจุบันที่จะทำให้ประวัติกลับมาดีได้เหมือนเดิมได้
นอกจากธนาคารจะเห็นว่าประวัติทางการเงินของเราดีขึ้นมาก มีเงินหมุนเวียนในบัญชีอย่างสม่ำเสมอ หรือให้ใช้เงินดาวน์สูงขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงของธนาคารนั่นเอง
3. ไม่เคยมีเครดิตอะไรเลย
สำหรับใครที่ไม่มีเครดิต ไม่มีประวัติทางการเงินอะไรเลย และอยากจะกู้ซื้อบ้าน ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยแต่อาจจะยุ่งยากในการที่จะทำให้ธนาคารมั่นใจในตัวเรามากขึ้น
เพราะมันทำให้ธนาคารไม่รู้ถึงนิสัยการเงินของเรา ธนาคารจะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเรามีวินัยทางการเงินแค่ไหน ชำระเงินครบถ้วนตรงเวลาไหม
แก้ปัญหาได้ง่ายๆเลยครับ ถ้าคุณวางแผนจะซื้อบ้านซักหลัง ก็ควรสร้างเครดิตให้ตนเองซักหน่อย เช่น สมัครบัตรเครดิตผ่อนอะไรซักอย่าง อาจจะเป็น มือถือ โทรทัศน์หรืออะไรก็ตามที่จำเป็นต่อคุณ
แต่คุณต้องมีวินัยในการชำระหนี้ด้วยนะครับ ธนาคารจะได้มั่นใจในการปล่อยสินเชื่อนั่นเอง
แต่ถ้าถามว่าไม่มีเครดิตกู้ได้ไหม ผมต้องบอกเลยว่า กู้ได้ครับ เพราะไม่ว่าจะธนาคารไหนๆ ก็ไม่มีข้อห้ามในส่วนนี้อยู่ครับ ซึ่งยังมีข้อมูลอีกมากมายที่ธนาคารสามารถนำไปใช้ได้ครับ
4. หลักประกันความเสี่ยง
การที่ขอสินเชื่อก้อนใหญ่เพื่อไปซื้อบ้าน ทางธนาคารก็จะนำบ้านที่คุณต้องการจะซื้อมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันว่าบ้านหลังนี้มีสภาพคล่องหรือไม่
หากคุณไม่สามารถชำระหนี้ได้ ทางธนาคารก็จะประเมินว่าสามารถขายบ้านหลังนี้ได้ง่ายหรือไม่
หากสภาพคล่องบ้านหลังนี้ต่ำ เช่น ทำเลไม่ดี อยู้ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม ไม่ค่อยมีสถานที่อำนวยความสะดวกอยู่ใกล้ๆ ก็มีโอกาสทางธนาคารจะปล่อยขายได้ยาก
ถ้าคุณยื่นกู้สูงเกินกว่าที่ธนาคารประเมินไว้ ทางธนาคารจะไม่มีทางอนุมัติอย่างแน่นอน เพราะหลักประกันจะต้องสามารถตีค่ากลับมาเป็นเงินทดแทนการชำระหนี้ได้มากกว่าจำนวนหนี้หรือเทียบเท่า
5. ติดค้ำประกัน
ถ้าเกิดเหตุการณ์คนที่คุณค้ำประกันให้ ค้างชำระหนี้ขึ้นมาจนติดแบล็คลิสต์ ธนาคารตรวจสอบเจอนั้นอาจทำให้คุณกู้ไม่ผ่านอย่างแน่นอน
ดังนั้นก่อนจะไปค้ำประกันให้ใครควรจะค้ำประกันให้กับคนที่ไว้ใจได้จริงๆ ว่าเขาจะชำระหนี้ตรงตามกำหนด แต่คุณก็ไม่ควรไปค้ำประกันให้ใครก่อนที่จะตัดสินใจซื้อบ้านก่อนจะดีที่สุด
ไม่ว่าจะหนี้สิน ซื้อสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการซื้อสินค้าฟุ่มเฟื่อยต่างๆ ทางธนาคารจะนำมาพิจารณาทั้งหมด
หากธนาคารคำนวณแล้วพบว่าค่าใช้จ่ายต่อเดือนของคุณมากกว่า 40% แล้วล่ะก็ ทางธนาคารจะปฏิเสธคุณ ไม่ให้กู้ผ่านอย่างแน่นอน
เพราะฉะนั้นก่อนตัดสินใจที่จะกู้ซื้อบ้าน คุณต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินให้ดีเสียก่อน ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นจริงๆออกไปบ้าง แค่นี้ก็มีโอกาสมากขึ้นที่ธนาคารจะอนุมัติสินเชื่อให้คุณ
6. รายได้ไม่แน่นอน ไม่ชัดเจน
การที่คุณจะซื้อบ้านซักหลังและต้องการยื่นกู้ขอซื้อบ้านกับธนาคาร ธนาคารจะต้องมั่นใจว่าคุณนั้นมีเงินมากพอที่จะชำระหนี้ได้ ธนาคารจึงจะให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในการพิจารณาแหล่งที่มาของรายได้คุณ
ซึ่งถ้าคุณมีอาชีพที่มั่นคงอย่างเช่น พนักงานบริษัท ข้าราชการ อายุงานถึงเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารที่คุณจะยื่น บางที่ 6 เดือน บางที่ก็ 12 เดือน แสดงถึงรายได้ที่แน่นอน คงไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยที่ธนาคารจะอนุมัติ
แต่ถ้าหากอาชีพของคุณมีความไม่แน่นอนของรายได้ เช่น ฟรีแลนซ์ ค้าขาย ก็อาจเป็นเรื่องยากที่ธนาคารจะอนุมัติ หากไม่มีการแสดงที่มาของรายได้ได้อย่างชัดเจน
เพราะฉะนั้นการจะยื่นกู้ซื้อบ้านคุณก็ควรเตรียมเอกสารที่มีรายได้อย่างชัดเจนและสม่ำเสมอและมากพอที่จะชำระหนี้ได้ ควรเดินบัญชีหรือฝากเงินเข้าอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน อย่างน้อย 6 เดือนก็เพียงพอที่จะเป็นหลักฐานได้แล้ว
7. เปลี่ยนที่ทำงานบ่อย
การที่คุณนั้นเปลี่ยนงานบ่อย ธนาคารจะมักจะไม่อนุมัติเงินกู้ให้กับคุณเนื่องทางเจ้าหน้าที่ธนาคารจะไม่สามารถรู้ว่าคุณจะผ่านโปรในที่ทำงานไม่หรือไม่
ถ้าเกิดคุณทำงานไม่ผ่านโปรขึ้นมา คุณอาจไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ได้ ทำให้ธนาคารเดือดร้อนอีก
ดังนั้นอย่าพยายามเปลี่ยนงานบ่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงที่วางแผนอยากจะซื้อบ้านควรมีอายุงานมากกว่า 1 ปีขึ้นไป โอกาสที่จะกู้ผ่านก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
8. เครดิตผู้กู้ร่วมไม่ดี
บางครั้งการที่คุณขอสินเชื่อบ้าน ตัวคุณเองอาจมีประวัติที่ดีผ่านได้แบบสบายๆ แต่กลับไปติดปัญหาอยู่กับผู้ที่กู้ร่วมอาจจะเป็น ญาติ พ่อแม่พี่น้องของคุณ
ซึ่งบางทีผู้ร่วมกู้อาจเคยมีประวัติทางการเงินไม่ดีมาก่อนตามข้อ 1-7 ที่กล่าวมา เพราะฉะนั้นคุณควรจะเช็คเครดิตของผู้ร่วมกู้ของคุณให้ดีๆเสียก่อน จะได้ขอสินเชื่อได้แบบไร้กังวลนั่นเอง
รู้สาเหตุแล้วใช่ไหมครับว่าทำไหมถึงกู้ไม่ผ่านซักที
สิ่งสำคัญที่สุดของการยื่นกู้ซื้อบ้านให้ผ่าน คุณต้องแสดงให้ธนาคารเห็นว่าคุณมีความสามารถมากพอที่จะชำระหนี้ตรงนี้ได้
ดังนั้นควรหลีกเลี่ยง 8 เครดิตเหล่านี้ที่จะทำให้คุณกู้ซื้อบ้านไม่ผ่าน รวบรวมหลักฐานเอกสารที่แสดงถึงความพร้อมของคุณ ถ้าคุณทำได้ล่ะก็โอกาสที่ธนาคารจะอนุมัติสินเชื่อให้คุณอยู่ไม่ใกล้เกินเอื้อมแน่นอนครับ
ปรึกษาการลงทุน ติดต่อเรา
โทร 083 515 9569 หรือไลน์ @Redasset
ต้องการให้เราติดต่อกลับ ลงทะเบียนได้เลยค่ะ
เนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทฯ ห้ามเผยแพร่ คัดลอก หรือนำไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนปรับตั้งแต่ 200,000 บาท